Chapter 3

เหตุบังเอิญในวันฝนพรำ

วันหนึ่งฝนตกหนัก ต้นกับแม่ต้องอยู่บ้านด้วยกันตามลำพัง เหตุการณ์บางอย่างทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้นรู้สึกถึงความตื่นเต้นปนหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเมื่อได้สัมผัสหรืออยู่ใกล้แม่

2 min read

ฟ้าครึ้มมาตั้งแต่เช้า เมฆฝนตั้งเค้าดำทะมึน ลมพัดแรงจนต้นไม้ริมรั้วบ้านโยกเอนไปมา เสียงกบร้องระงมบ่งบอกว่าอีกไม่นานฝนคงจะเทลงมาอย่างแน่นอน ผม ต้น อายุ 18 ปี เพิ่งเรียนจบ ม.6 นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่แคร่หน้าบ้าน มองดูพ่อที่กำลังเก็บอุปกรณ์ทำนาเข้าโรงนา พ่อสมชายของผมเป็นคนแข็งแรง แม้จะอายุ 50 ปีแล้วก็ตาม ผิวกร้านแดดจากการทำนามาทั้งชีวิต แต่แววตาอ่อนโยนเสมอเวลาที่มองมาที่ผม

“ฝนจะตกหนักแน่ๆ ต้น ช่วยพ่อเก็บไอ้พวกนี้เข้าโรงนาหน่อย” พ่อตะโกนบอก เสียงแหบพร่าแต่ก็ยังคงความอบอุ่น

“ครับพ่อ” ผมลุกขึ้นเดินไปช่วยพ่อ เสียงลมหวีดหวิวพัดเอาเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ผมรีบช่วยพ่อขนของเข้าโรงนา เสียงฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเม็ดเล็กๆ แล้ว ก่อนที่ฝนจะเทลงมาเต็มที่

“เสร็จพอดีเลย” พ่อพูดพลางปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไรผม “กลับเข้าบ้านกันเถอะ”

เราเดินกลับเข้าบ้าน เสียงฝนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นม่านน้ำที่มองเห็นได้จากหน้าต่าง แม่พวงกำลังยืนหั่นผักอยู่ในครัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวลอยปะทะจมูก ผมเดินเข้าไปในครัว ยืนพิงขอบประตู มองดูแม่ทำงาน แม่ของผมสวยในแบบฉบับสาวบ้านนา ผิวขาวเนียนละเอียด หน้าตากลมกลึง ดวงตากลมโตเหมือนมีมนต์สะกด ผมชอบมองแม่เวลาที่แม่ทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้าน ช่วงหลังๆ มานี้ ผมสังเกตตัวเองบ่อยขึ้น ผมรู้สึกกับแม่ในแบบที่... มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของลูกที่มีต่อแม่ มันมีความรู้สึกอื่นแอบแฝงอยู่เสมอ

“ต้น มาแล้วเหรอ” แม่หันมายิ้มให้ ผมรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่แม่ยิ้มให้ เสียงของแม่หวานใสเหมือนกระดิ่ง ผมพยักหน้ารับเบาๆ พยายามเก็บอาการไม่ให้แม่จับได้

“ฝนตกหนักเลยนะแม่” ผมพูดแก้เก้อ

“ใช่สิ อากาศร้อนมาหลายวันแล้ว ฝนลงมาทีก็ดีเหมือนกัน” แม่ตอบ พลางหันกลับไปหั่นผักต่อ ผมยังคงยืนมองแม่ไม่วางตา หุ่นของแม่ที่อวบอิ่มภายใต้ชุดเสื้อคอกลมสีซีดๆ ขับเน้นให้ดูมีน้ำมีนวล ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“แม่ครับ ต้นช่วยอะไรได้บ้าง” ผมถามเสียงเบา

“ไม่ต้องหรอก ต้นไปนั่งเล่นไป เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว” แม่ตอบ

“ผมอยากช่วยครับ” ผมยืนกราน

แม่หันมามองผม แววตาฉายประกายเอ็นดู “งั้นก็มาช่วยแม่ล้างผักนี่สิ”

ผมเดินเข้าไปในครัว ยืนข้างๆ แม่ มือของเราสัมผัสกันเบาๆ ตอนที่ผมเอื้อมมือไปหยิบกะละมังผัก ผมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวแม่ลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยแต่ตอนนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

“ต้นเป็นอะไรไป ดูหน้าแดงเชียว” แม่แซว

“เปล่าครับ แค่ร้อน” ผมแก้ตัวอีกครั้ง พยายามหลบสายตาของแม่

เราช่วยกันเตรียมอาหาร เสียงฝนกระทบหลังคาดังเป็นจังหวะราวกับดนตรีประกอบ เราสองคนอยู่กันตามลำพังในครัว บรรยากาศอบอุ่นและเงียบสงบ แต่สำหรับผม มันเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความรู้สึกที่ระอุอยู่ภายใน

“พ่อไปไหนแล้ว” แม่ถาม

“พ่อไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นครับ” ผมตอบ

“งั้นต้นไปตามพ่อมากินข้าวกัน” แม่บอก

ผมเดินออกไปจากครัว ปล่อยให้แม่จัดการเรื่องอาหารต่อ ผมเดินไปที่ห้องนั่งเล่น พ่อกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่

“พ่อครับ แม่เรียกไปกินข้าวแล้ว”

“เออ กำลังจะไป” พ่อตอบ

เราทั้งสามคนนั่งกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะอาหาร แม่ทำกับข้าวหลายอย่าง รสชาติอร่อยกลมกล่อม ผมแอบมองแม่ตลอดเวลา ผมสังเกตการเคลื่อนไหวของแม่ ทุกอิริยาบถของแม่ดูสวยงามในสายตาผม

“ต้น เรียนจบแล้ว จะให้พ่อกับแม่ช่วยอะไรไหม” พ่อถามขึ้น

“ยังครับพ่อ ผมยังไม่รู้จะทำอะไร” ผมตอบ

“อยากเรียนต่อที่ไหนก็บอกนะพ่อกับแม่จะช่วยเต็มที่” พ่อพูด

“ขอบคุณครับ” ผมตอบ

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมกับพ่อช่วยกันเก็บจานชามไปล้างที่อ่าง ส่วนแม่ก็เก็บกวาดครัว ผมตั้งใจจะรีบทำให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไปนั่งดูแม่

“เสร็จแล้วครับพ่อ” ผมบอกพ่อ

“งั้นต้นไปนั่งเล่นไป พ่อจะช่วยแม่เก็บของต่อ”

ผมเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น พ่อกับแม่กำลังช่วยกันเก็บของในครัว ผมนั่งลงที่แคร่หน้าบ้าน มองดูสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องดังครืนๆ เป็นระยะๆ บรรยากาศข้างนอกดูเหงาๆ แต่ข้างในบ้านกลับอบอุ่น

สักพัก แม่ก็เดินออกมาพร้อมกับถาดชาสมุนไพร

“ต้น ยังไม่หนาวเหรอ” แม่ถาม พลางยื่นถ้วยชาให้ผม

“นิดหน่อยครับ” ผมรับถ้วยชามา มือของเราสัมผัสกันอีกครั้ง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์

“ชาสมุนไพรของแม่ หอมชื่นใจดี” ผมพูด

“ใช่สิ แม่ปลูกเองกับมือ” แม่ยิ้ม

แม่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผมบนแคร่ ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของแม่ที่แผ่ซ่านมา ผมกลั้นใจ หวังว่าแม่คงไม่รู้สึกถึงอาการสั่นเทาของผม

“ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ต้นดูแลตัวเองด้วยนะ” แม่พูด พลางเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากผม

“แม่ครับ ผมสบายดี” ผมตอบเสียงสั่น

มือของแม่นุ่มนวลและอบอุ่น การสัมผัสของแม่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ผมหลับตาลง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวแม่ให้เต็มปอด

“ฝนตกหนักแบบนี้ คิดถึงสมัยก่อนเลยนะ” แม่พูดขึ้นเหมือนจะชวนคุย

“สมัยไหนครับ” ผมถาม

“สมัยที่ต้นยังเด็กๆ เวลาฝนตกหนักๆ พ่อกับแม่ก็จะมานั่งเล่นคุยกันแบบนี้แหละ”

ผมลืมตาขึ้นมองแม่ แม่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ผมอยากจะเข้าไปกอดแม่ อยากจะบอกความรู้สึกทั้งหมด

✦ ✦ ✦